รู้ก่อนเลือก การเรียนหลักสูตร EP และ MEP

การเรียนภาษาอังกฤษ
การเรียนภาษาอังกฤษ

ในปัจจุบันนี้การศึกษาไทยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญ กับการเรียนภาษามากยิ่งขึ้นดังที่เราจะเห็นว่าหลายโรงเรียนมีการปรับหลักสูตร ให้เป็นหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษ มากยิ่งขึ้น  ทั้งนี้เพราะในส่วนของกระบวนการทำงานในชีวิตจริงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมรวมไปถึงการติดต่อธุรกิจและการงานทุกแขนงจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาที่ 2 เพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติซึ่งเรามีการเปิดการค้าระบบเสรีมากยิ่งขึ้น นักลงทุนชาวต่างชาติจึงผูกพันมากขึ้นในบ้านเราการเรียนและการทำงานโดยการใช้ภาษาที่สองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับเรื่องอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับรายเดือนเลยทีเดียว

หลักสูตรการเรียนเพื่อการพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษคือหลักสูตร EP (English Program )  และ MEP ( mini English program) จึงเป็นชื่อหลักสูตรที่เราคุ้นหูกันมากที่สุดในยุคนี้ ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนตามหลักกระทรวงศึกษาธิการที่เป็น หลักสูตรภาษาอังกฤษได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสามารถภาษาอังกฤษของผู้เรียนอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งของตัวผู้เรียนและอื่นๆอีกหลายด้านดังนั้นสำหรับผู้ปกครองที่กำลังเลือกและตัดสินใจในการที่จะส่ง บุตรหลาน เข้าเรียนในโปรแกรมต่างๆ จึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสองหลักสูตรนี้ดังนั้นวันนี้เรามาดูกันว่าความแตกต่างระหว่างหลักสูตร EP และ MEP คืออะไร

ความแตกต่างของ EP และ  MEP  Program

หลักสูตรการเรียนการสอนแบบ EP หรือ English Program

เป็นหลักสูตรซึ่งจะมีการจัดระบบการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการโดยจะมีการจัดให้เรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหนังสือเรียนและครูผู้สอนจะต้องเป็นครูที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดโดยมีครูชาวต่างชาติเป็นหลักซึ่งเป็นครูเจ้าของภาษารวมถึงผู้ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าเป็นผู้สอน รายวิชาเรียนทั้งหมดจะเป็นภาษาอังกฤษยกเว้นภาษาไทยและรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไทยศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆจะถูกจัดการเรียนการสอนให้เป็นภาษาไทย ซึ่งในหลักสูตรนี้จะมีการจัดการเรียนการสอนได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งแน่นอนว่าหลักสูตร นี้จะเป็นการเปิดโลกทัศน์ของนักเรียน สู่ความเป็นสากลมากินคืนผ่านการเรียนการสอนและการได้สื่อสารกับครูชาวต่างชาติรวมถึงการสร้างบรรยากาศในห้องเรียนโดยการใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด

หลักสูตรการเรียนการสอนแบบ  MEP  หรือ Mini English Program

หลักสูตรนี้จะมีการเรียนการสอนเหมือน EP แต่จะมีความแตกต่างอยู่ที่มีรายวิชาที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ถึง 50% ของการเรียนทั้งหมดซึ่งนอกจากวิชาภาษาไทยวิชาวัฒนธรรมและความเป็นไทยต่างๆแล้วยังคงมีรายวิชาอื่นๆอีกประเภทวิชาสังคมศึกษาที่ไม่ได้จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษนั้นเอง

เรียกง่ายๆว่าหลักสูตรที่เป็น EP คือหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษอย่างเต็มรูปแบบเกือบ 90% แต่หลักสูตร Mini English Program หรือ MEP เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนแบบภาษาอังกฤษที่มีความเข้มข้นน้อยลงมานั้นเอง

Tags:

Ads

You May Also Like

โทรศัพท์

อุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มากประโยชน์

หากว่ากันด้วยเรื่องของ อาหารการกินก็ต้องมีเครื่องปรุงที่เหมาะสม ถ้ารถสุดเท่ก็ต้องมีของแต่งที่แจ่มและ “โทรศัพท์มือถือ” เองก็ควรมี Gadget ที่น่าสนใจน่าใข้งานด้วยเช่นกันครับ บทความนี้เลยอยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “อุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มากประโยชน์” ที่น่าหามาใช้งานกันครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมกันเล้ยย!!! แนะนำ ...

เลี้ยงสัตว์อย่างไรได้บ้าง

หากไม่มีบ้าน จะเลี้ยงสัตว์อย่างไรได้บ้าง

ทุกๆ ท่านคงน่าจะชื่นชอบในน้องหมาและน้องแมวกันใช่มั้ยหล่ะครับ ซึ่งการจะมีน้องหมาน้องแมวอยู่ในครอบครอง จะต้องมีห้องอาศัยเป็นของตนเองกันก่อน บทความนี้เลยอยากจะมาแชร์แล้วทางการเลี้ยงน้องๆ พร้อมกับแนะนำ “หากไม่มีบ้าน จะเลี้ยงสัตว์อย่างไรได้บ้าง” กันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น… เราไปชมกันเล้ยย!!! แนวทางการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแบบคนไม่มีบ้าน การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในคอนโดหรือหอพักนั้น มีข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติดังนี้ ...

HighScope

ไฮสโคป การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย

กระบวนการเรียนรู้สำหรับช่วงวัยเด็กถือว่ามีความสำคญมาก เพราะช่วงวัยเด็กเป็นช่วงที่เราควรปูพื้นบานการเรียนรู้อย่างถูกต้องให้กับเด็ก  การจัดการเรียนการสอนแบบ High scope ถือว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับเด็กโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นช่วงวัย ที่กำลังต้องการได้รับการเอาใจใส่และการปลูกฝังรวมถึงการปูพื้นความรู้การตัดสินใจการรับรู้ต่างๆในช่วงวัยนี้นั่นเองดังนั้นแนวทางการเรียนรู้แบบไฮสโคปจึงเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากสำนักงานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ซึ่งในส่วนของการจัดการเรียนรู้แบบไฮสโคปจะเป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้เด็กลงมือทำผ่านกิจกรรมต่างๆและจุดเด่นที่เป็นองค์ประกอบหลักสำคัญในการเรียนรู้รูปแบบนี้ทำให้แนวการสอนแตกต่างออกไปจากการสอนแบบอื่นๆ มีองค์ประกอบที่สำคัญที่ ดังนี้ การเปิดโอกาสให้เด็กได้เป็นผู้ริเริ่มในการเลือกกิจกรรมและตัดสินใจในการลงมือทำรวมไปถึงการใช้เครื่องมือต่างๆตามความถนัดและความสนใจของตัวเองวิธีการนี้จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ในรูปแบบของการ คิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ได้มากกว่าการได้รับความรู้จากการบอกต่อของผู้ใหญ่ ...